แบกเป้ “ไปหาแรงบันดาลใจ ให้ใจบันดาลแรง”

ตรัง_traval_เกาะมุก_sea_journal_sweetnosugars_dotcom_เดินทาง_thailandเมื่อมีโอกาสได้ไปเยือน เกาะมุก และ เกาะมดตะนอย ด้วยเหตุผลที่ว่า  “ไปตามหาแรงบันดาลใจ เพื่อให้ใจบันดาลแรง”  ทริปนี้จึงเป็นทริป ปุ๊ปปั๊บ ทัวร์จัดกระเป๋าแบบไม่ทันตั้งตัวทริปนี้แตกต่างจากทริปก่อนๆ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีซึ่งเป็นคนพื้นเพที่เกาะมุกแห่งนี้การไปครั้งนี้จึงไม่ได้เห็นเพียง ท้องทะเลหรือปะการังเหมือนที่เคยๆเห็นมา แต่ที่มากกว่าคงเรียกได้ว่าเป็นการสัมผัสความเป็นพื้นถิ่น ครอบครัว และวัฒนธรรม ซึ่งไม่อาจสัมผัสได้ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป

แนะนำเกาะมุกกันสักหน่อยก่อน เกาะนี้เป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจของทะเล ใน  จังหวัดตรัง ลักษณะของเกาะ ส่วนใหญ่เป็น โขดผาสูงตระหง่าน หันหน้าออกสู่ทะเลใหญ่ทางด้านทิศตะวันตก หมู่บ้านชาวประมงจะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวเกาะ ซึ่งหันหน้าเข้าแผ่นดินใหญ่ หน้าผาโขดหินสูง หาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผา สูงชันที่มีฟ้า สีคราม เกาะมุกเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของท้องทะเลตรัง มีชุมชนชาวมุสลิมประมาณ 3-400 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่บนเกาะมานานแล้ว ปัจจุบันชาวบ้านส่วนใหญ่ยังทำประมงขนาดเล็กด้วยเรือหางยาว มีจำนวนเรือมากกว่าเกาะอื่นๆ รวมถึงสวนยางพาราและสวนมะพร้าวด้วย

แบกเป้ขึ้นหลังได้ก็โดดขึ้นรถทัวร์มาลงที่ทุ่งสง เนื่องจากเรามีไกด์ใจดีมากๆ นำเที่ยวโดยขับรถชมวิวกันมาจากสวนยางแถวทุ่งใหญ่ ลัดเลาะมาถึงตรัง จากนั้นข้ามเรือเฟอรรารี่มาถึงเกาะมดตะนอย หนทางเรียกได้ว่า สงสารรถพอสมควร แต่เป้าหมายเรานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่า เพราะผู้ใหญ่ใจดีจะพาเรามาร่วมงาน     “ฮารีรายอ” (Hari Raya) ของชุมชนอิสลามนั่นเอง ไม่ง่ายนักที่จะมีโอกาสมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นลุยต่อ ขับรถลัดเลาะหลบหลุมบ่อ มาถึงบ้านคุณตาคุณยายที่เกาะมดตะนอย แวะพักผ่อนสักครู่ ก็เริ่มช่วยเค้าทำงาน อยู่บ้านเค้าอย่านิ่งดูดายเนอะ หัดทำข้าวต้มมัดกับคุณยายไปหนึ่งเข่งใหญ่ กิจกรรมมากมายที่ชุมชนนี้เล่าอีกหลายหน้าก็ไม่หมด สิ่งที่สัมผัสคือ วัฒนธรรม และภาษาพื้นถิ่น รวมกับภาษาอิสลาม คนกรุงเทพอย่างเรามึนบ้างขำบ้าง แต่ก็อบอุ่นมากๆ ระหว่างบทสนทนาอันครื้นเครงนั้น มีแต่เสียงถามไถ่ว่า “รู้ฟังม้าย” เป็นระยะ 🙂  ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อาหารพื้นถิ่น กินอิ่มนอนหลับ  เรียนรู้ภาษาใต้และภาษา อิสลามวันละหลายๆ คำ ที่รู้สึกคือ อบอุ่น อิ่มเอมและมีความสุขจัง ผู้ใหญ่ใจดีของเราก็เช่นกันท่านยิ้มตลอดเลยพบปะพูดคุยแบบไม่มีเว้นวรรค เพราะเค้าจะมีโอกาสกลับบ้านแค่เพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ยิ่งเห็นเค้าสุขเราเองก็สุขด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น ได้เวลาเดินทางลงเกาะมุก ต้องรอดูน้ำ 1 วันมีเรือโดยสารแค่เพียงหนึ่งรอบเท่านั้น นำรถไปฝากไว้ใกล้ๆท่าเรือ แต่ตลอดทริป เรา VIP ตลอดค่ะ ฝากฟรีเพราะเป็นญาติกับผู้ใหญ่ใจดีของเราทั้งเกาะ ได้ลงเรือปุ๊ปก็ฟรีอีก ล่องเรือชมวิวลมทะเลพัดโบกปะทะสักระยะ ก็ถึงเกาะมุกเดินผ่านสะพานปลาที่ทอดยาวออกไปในทะเล น้ำใสมากจริงๆ สาหร่ายเต็มไปหมด ขึ้นฝั่งได้สองเราก็เดินๆแทบจะทั่วทั้งเกาะ ภาระกิจบนเกาะคือผู้ใหญ่ใจดีของเราพบปะพูดคุยทุกบ้านซึ่งไม่ได้พบกันมาแรมปี หัวเกาะยันท้ายเกาะจริงๆค่ะ เรียกว่า น้ำลายแห้ง ภาษาใต้และวิธีการทักทายที่ไม่คุ้นเคยทำเราตื่นเต้น เราก็ยิ้มหวานแล้วก็ถ่ายรูปไปเรื่อย พักบ้านนู้น กินข้าวบ้านนี้ กินกาแฟบ้านนั้น อาบน้ำบ้านโน้น เพลินเลยค่ะ อันนี้แบบ VIP จริงๆ เพราะเป็นบ้านเกิดของผู้ใหญ่ใจดีของเราเอง สมบูรณ์แบบการเดินทางครั้งนี้ด้วยความอบอุ่นและอิ่มเอมเหมือนเดิม 😀

ถ้าคนอื่นๆที่จะมาบนเกาะมุกแบบนักท่องเที่ยวก็ไม่ยาก มีรีสอร์ทมากมายรอต้อนรับ กิจกรรมภายในเกาะก็จะมี  การดำน้ำตื้น กิจกรรมชายหาด เที่ยวถ้ำ ล่องแพ ล่องเรือชมป่าโกงกาง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ นั่งรถเที่ยวรอบเกาะ  ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น และร่วมทำกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวันของชาวบ้าน เช่น ออกทะเลหาปลา การออกอวนปู และเข้าร่วมกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น เที่ยวถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะม้า เกาะรอก นั่งเรือชมป่าโกงกาง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ฯลฯ จึงอยากแนะนำท่านที่ชอบความท้าทายและลุยๆ ไปเที่ยวและพักที่ โฮมสเตย์ ของเกาะมุกได้  รับรองว่าธรรมชาติยังมีอยู่จริง น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา สงบสุข และสงบใจอย่างหาที่ไหนไม่ได้

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *